POST
TOPIC
CONTENT
ACTIONS
31
จ้องจอนาน ฮอร์โมนหลับพัง เสี่ยงสารพัดโรคเรื้อรัง!
ใครที่ใช้ชีวิตติดจอแทบทั้งวัน ไม่ว่าทำงาน เล่นเกม หรือดูซีรีส์ รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมนี้กำลังส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนในร่างกายเราอย่างไม่รู้ตัว 💡

แสงสีฟ้าที่ปล่อยออกมาจากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะในช่วงเย็นและกลางคืน มีผลโดยตรงต่อการยับยั้งการหลั่งของเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ทำหน้าที่ควบคุมวงจรการนอนหลับและการตื่น เมื่อเมลาโทนินลดลง เราจะรู้สึกนอนหลับยากขึ้น คุณภาพการนอนแย่ลง และเกิดภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังได้ 😴

นอกจากนี้ การจ้องจอเป็นเวลานานยังสร้างความเครียดให้กับดวงตาและสมอง กระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมามากเกินไป หากระดับคอร์ติซอลสูงเป็นประจำ จะส่งผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกัน การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การสะสมไขมัน โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง และยังส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกโดยรวมอีกด้วย 🤯

เมื่อวงจรการนอนหลับถูกรบกวน และร่างกายต้องรับมือกับความเครียดเรื้อรัง ระบบฮอร์โมนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมน้ำหนัก ความอยากอาหาร พลังงาน และอารมณ์ ก็จะพลอยแปรปรวนไปด้วย อาการที่อาจสังเกตเห็นได้ชัดเจนคือ อ่อนเพลียเรื้อรัง น้ำหนักขึ้นง่าย หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ หรือแม้แต่ปัญหาด้านผิวพรรณ ⚖️

เพื่อรักษาสมดุลฮอร์โมนและสุขภาพที่ดี เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จอได้ง่ายๆ:
• พักสายตาเป็นระยะ: ใช้กฎ 20-20-20 หรือลุกขึ้นเดิน ยืดเส้นยืดสายทุกๆ 20-30 นาที
• ลดการใช้จอช่วงก่อนนอน: งดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
• ใช้โหมดถนอมสายตา: เปิดฟังก์ชันลดแสงสีฟ้า หรือใช้แว่นกรองแสงสีฟ้า
• จัดระเบียบชีวิต: ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และหาเวลากิจกรรมผ่อนคลาย 🧘‍♂️

การใส่ใจกับการใช้งานหน้าจอไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพสายตา แต่เป็นการลงทุนเพื่อดูแลระบบฮอร์โมนที่ซับซ้อนภายในร่างกาย เพื่อให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีและสมดุลในระยะยาว 💪

สอบถามเพิ่มเติม
📞 Call Center : 039 319 888 🚨 ฉุกเฉิน 1719
📌นัดหมายแพทย์เฉพาะทาง online คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/doctor-schedule
🛒 ช้อปออนไลน์คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/shop
กดเพื่อดูเพิ่มเติม
32
เมื่อไข้แตะ 39.5°C: สัญญาณเตือนอันตรายที่คุณห้ามมองข้าม
เมื่ออุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงถึง 39.5 องศาเซลเซียส นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อยที่ควรละเลย แต่เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อหรือภาวะผิดปกติบางอย่าง ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงได้ หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม

ไข้สูงระดับนี้แสดงถึงการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน แต่ก็เป็นระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้หลายประการ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากไข้ 39.5 องศาเซลเซียส มีดังนี้:

• **ภาวะขาดน้ำ:** ไข้สูงทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่เร็วกว่าปกติ เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ
• **อาการชักจากไข้:** พบได้บ่อยในเด็กเล็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี แม้ส่วนใหญ่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่เป็นเรื่องที่ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่ง
• **ผลกระทบต่ออวัยวะภายใน:** ในบางกรณี ไข้สูงต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ สมอง หรืออวัยวะอื่นๆ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว
• **ความรุนแรงของโรคต้นเหตุ:** ไข้สูงระดับนี้มักบ่งชี้ถึงการติดเชื้อที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ หรือการติดเชื้อแบคทีเรียที่ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน

ดังนั้น หากมีไข้สูงถึง 39.5 องศาเซลเซียส สิ่งสำคัญคือต้องรีบหาวิธีลดไข้เบื้องต้น เช่น การเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง และรับประทานยาลดไข้ที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการสังเกตอาการอื่นๆ ที่เกิดขึ้น หากไข้ไม่ลดลงภายใน 2-3 ชั่วโมง มีอาการแย่ลง หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น หายใจลำบาก ปวดหัวรุนแรง อาเจียนไม่หยุด หรือมีผื่นขึ้น ควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงและได้รับการรักษาที่ถูกต้อง การประเมินและการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

สอบถามเพิ่มเติม
📞 Call Center : 039 319 888 🚨 ฉุกเฉิน 1719
📌นัดหมายแพทย์เฉพาะทาง online คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/doctor-schedule
🛒 ช้อปออนไลน์คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/shop
กดเพื่อดูเพิ่มเติม
33
เสริมหน้าอกหลังมะเร็งเต้านม: ปลอดภัยจริงหรือ? คืนความมั่นใจให้ชีวิตอีกครั้ง
การเสริมหน้าอกหลังการรักษามะเร็งเต้านม เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลและสงสัยว่าทำได้จริงหรือไม่ ปลอดภัยหรือเปล่า และจะช่วยคืนความมั่นใจได้แค่ไหน ความจริงคือ การเสริมสร้างเต้านมใหม่นั้นเป็นไปได้และปลอดภัย หากอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หลังจากที่ผู้ป่วยรักษามะเร็งเต้านมจนครบถ้วนและได้รับการยืนยันว่าปลอดจากโรค การพิจารณาการเสริมสร้างเต้านมใหม่เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ เป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงแค่การคืนรูปทรงทางกายภาพ แต่ยังรวมถึงการเยียวยาความรู้สึก การคืนความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

ความปลอดภัยในการเสริมหน้าอกหลังรักษามะเร็งเต้านมนั้นขึ้นอยู่กับการประเมินสุขภาพของผู้ป่วยอย่างละเอียด และการวางแผนการรักษาที่รอบคอบโดยทีมแพทย์ ซึ่งประกอบด้วยศัลยแพทย์ตกแต่งและศัลยแพทย์เต้านม การผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมสามารถทำได้หลายวิธี อาทิ การใช้ถุงเต้านมเทียม หรือการใช้เนื้อเยื่อของตนเอง การเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดจะพิจารณาจากสภาพร่างกายของผู้ป่วย วิธีการรักษามะเร็งที่ผ่านมา และความต้องการส่วนบุคคล 👩‍⚕️

ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณามีดังนี้:

• การตรวจประเมินสุขภาพอย่างละเอียดโดยทีมแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายพร้อมสำหรับการผ่าตัด
• การพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังการรักษามะเร็ง โดยทั่วไปแล้วมักจะรอให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่และปราศจากโรคมาระยะหนึ่ง
• การเลือกวิธีการเสริมสร้างเต้านมที่เหมาะสม ซึ่งมีทั้งการใช้ถุงเต้านมเทียม และการใช้เนื้อเยื่อของร่างกายตนเอง แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
• การทำความเข้าใจถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

การตัดสินใจเสริมสร้างเต้านมใหม่เป็นการเดินทางที่ต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและการสนับสนุนจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด การปรึกษาหารือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมที่สุด และก้าวผ่านช่วงเวลาสำคัญนี้ไปได้อย่างมั่นใจ 💪 เพื่อการกลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง

สอบถามเพิ่มเติม
📞 Call Center : 039 319 888 🚨 ฉุกเฉิน 1719
📌นัดหมายแพทย์เฉพาะทาง online คลิก https://doctor.bangkokhospitalchanthaburi.com/alldoctor.php
🛒 ช้อปออนไลน์คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/shop
กดเพื่อดูเพิ่มเติม
34
เคลือบฟลูออไรด์: เกราะป้องกันฟันผุที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม!
ฟันแข็งแรงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการดูแลที่ดีเยี่ยม 🦷 หนึ่งในวิธีป้องกันฟันผุที่มีประสิทธิภาพและนิยมอย่างแพร่หลายคือ "การเคลือบฟลูออไรด์" ซึ่งหลายท่านอาจยังสงสัยว่าสิ่งนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร

การเคลือบฟลูออไรด์ คือ กระบวนการที่ทันตแพทย์นำสารฟลูออไรด์เข้มข้นในรูปแบบของเจล โฟม หรือน้ำยา มาทาลงบนผิวฟันโดยตรง 🔬 เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้เคลือบฟันและป้องกันฟันผุ สารฟลูออไรด์เป็นแร่ธาตุธรรมชาติที่พบได้ในน้ำ อาหาร และยาสีฟัน มีคุณสมบัติพิเศษในการเสริมสร้างโครงสร้างของฟัน ให้ทนทานต่อการโจมตีของกรดที่เกิดจากแบคทีเรีย

ประโยชน์ของการเคลือบฟลูออไรด์ ได้แก่:

• เสริมสร้างเคลือบฟัน: ฟลูออไรด์จะเข้าไปรวมตัวกับผิวเคลือบฟัน ทำให้ผิวฟันมีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อกรดที่เกิดจากแบคทีเรียและน้ำตาลได้ดีขึ้น ✅
• ลดโอกาสเกิดฟันผุ: ช่วยคืนแร่ธาตุสู่ผิวฟันที่เริ่มเสื่อมสภาพ (remineralization) และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากที่ก่อให้เกิดฟันผุ ✅
• ลดอาการเสียวฟัน: ช่วยปิดท่อเนื้อฟันขนาดเล็กที่เปิดออก ทำให้ลดการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น เช่น ความร้อน ความเย็น หรือรสหวาน ✅
• ปลอดภัยและรวดเร็ว: เป็นกระบวนการที่ไม่เจ็บปวด ใช้เวลาไม่นาน และมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันฟันผุ ✅

กระบวนการนี้ง่ายดาย ทันตแพทย์จะทำความสะอาดฟัน จากนั้นจึงทาฟลูออไรด์ลงบนผิวฟันโดยตรงและปล่อยทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด ไม่ต้องกังวลเรื่องความยุ่งยาก การเคลือบฟลูออไรด์เหมาะสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุสูง เช่น มีประวัติฟันผุบ่อยๆ รับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง หรือมีภาวะปากแห้ง

การเคลือบฟลูออไรด์จึงเป็นเสมือนเกราะป้องกันชั้นเยี่ยม 🛡️ ให้ฟันมีสุขภาพดีและแข็งแรงอยู่เสมอ การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณภาพชีวิตที่ดี 💪

สอบถามเพิ่มเติม
📞 Call Center : 039 319 888 🚨 ฉุกเฉิน 1719
📌นัดหมายแพทย์เฉพาะทาง online คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/doctor-schedule
🛒 ช้อปออนไลน์คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/shop
กดเพื่อดูเพิ่มเติม
35
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท: ภัยเงียบที่ซุ่มโจมตีคนทำงานออฟฟิศ!
ใครที่ชอบปวดหลังจี๊ดๆ พฤติกรรมนั่งๆนานๆ ต้องอ่าน
เพราะหลายคนอาจคิดว่าอาการปวดหลังเป็นเรื่องธรรมดาของการนั่งทำงานนานๆ แต่เบื้องหลังความคุ้นเคยนั้น อาจมีภัยเงียบที่ร้ายแรงซ่อนอยู่: ‘หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท’

⚠️ โรคที่กำลังคืบคลานเข้าหาคนทำงานออฟฟิศทุกคน
ในยุคที่การทำงานส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ การนั่งติดต่อกันหลายชั่วโมง การจัดท่าทางที่ไม่เหมาะสม และการขาดการเคลื่อนไหว กลายเป็นวิถีชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยหลักที่ส่งผลเสียต่อโครงสร้างกระดูกสันหลังของเราอย่างช้าๆ ⏳

อาการที่พบได้บ่อย คืออาการปวดบริเวณหลังหรือคอ อาจร้าวลงแขน ขา หรือเท้า มีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมถึงอาจส่งผลต่อการควบคุมการขับถ่ายในกรณีที่รุนแรง

การป้องกันและดูแลสุขภาพกระดูกสันหลังจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน:
• การลุกยืนและเคลื่อนไหวร่างกายทุก 30-60 นาที เพื่อลดแรงกดทับที่หมอนรองกระดูก
• ปรับท่านั่งให้ถูกต้อง โดยให้นั่งหลังตรง เท้าวางราบกับพื้น จอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตา
• หมั่นออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) 💪 ซึ่งช่วยพยุงกระดูกสันหลัง
• เลือกเก้าอี้ที่เหมาะสม มีพนักพิงรองรับส่วนโค้งของหลังส่วนล่าง
• ระมัดระวังการยกของหนัก ควรย่อเข่าลงแล้วยกขึ้นด้วยกำลังขา ไม่ใช่กำลังหลัง

การดูแลสุขภาพกระดูกสันหลัง ไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นสิ่งที่เราต้องใส่ใจตั้งแต่วันนี้ อย่ารอให้สัญญาณเตือนภัยปรากฏ การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ เพราะร่างกายที่แข็งแรง คือรากฐานสำคัญของชีวิตที่ดี ✨

สอบถามเพิ่มเติม
📞 Call Center : 039 319 888 🚨 ฉุกเฉิน 1719
📌นัดหมายแพทย์เฉพาะทาง online คลิก https://doctor.bangkokhospitalchanthaburi.com/alldoctor.php
🛒 ช้อปออนไลน์คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/shop
กดเพื่อดูเพิ่มเติม
36
เจ็บหูร้าวถึงกราม: สัญญาณเตือนโรคซ่อนเร้นที่คุณอาจไม่เคยรู้
อาการปวดหูที่ลามไปถึงกรามนั้นสร้างความทรมานและกังวลไม่น้อย เพราะเป็นสัญญาณที่บอกถึงความผิดปกติบางอย่างในร่างกาย 😫 ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้มาจากหูโดยตรงเสมอไป แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างใกล้เคียงกัน

สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่:
• ปัญหาข้อต่อขากรรไกร (TMJ disorders): เกิดจากการทำงานผิดปกติของข้อต่อที่เชื่อมระหว่างขากรรไกรและกะโหลกศีรษะ อาการคือปวด กรามติด และอาจมีเสียงคลิกเวลาอ้าปาก
• การติดเชื้อในหู: โดยเฉพาะการอักเสบในหูชั้นกลาง ซึ่งความปวดอาจแผ่กระจายไปบริเวณใกล้เคียง รวมถึงกรามได้
• ปัญหาฟันและเหงือก: เช่น ฟันผุ ฟันคุด หรือโรคเหงือกอักเสบ ความเจ็บปวดจากฟันเหล่านี้สามารถแผ่ร้าวไปยังหูและกรามได้เช่นกัน
• ไซนัสอักเสบ: เมื่อโพรงจมูกอักเสบ อาการปวดและแรงกดดันอาจส่งผลกระทบถึงบริเวณรอบๆ รวมถึงหูและขากรรไกร
• ความเครียดและการกัดฟัน: การบดเคี้ยวหรือกัดฟันโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ทำให้กล้ามเนื้อขากรรไกรตึงและนำไปสู่อาการปวดหูและกราม

หากคุณประสบกับอาการปวดเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง หรือมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น มีไข้ บวม แดง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้อง 🩺 การละเลยอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้นได้ การใส่ใจในสัญญาณเตือนของร่างกายคือสิ่งสำคัญที่สุด

สอบถามเพิ่มเติม
📞 Call Center : 039 319 888 🚨 ฉุกเฉิน 1719
📌นัดหมายแพทย์เฉพาะทาง online คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/doctor-schedule
🛒 ช้อปออนไลน์คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/shop
กดเพื่อดูเพิ่มเติม
37
วีเนียร์ฟัน: ไขความจริงเบื้องหลังรอยยิ้มสวยสมบูรณ์แบบที่คุณไม่เคยรู้
รอยยิ้มที่เปล่งประกาย สร้างความมั่นใจได้เสมอ ✨ หากคุณกำลังมองหาวิธีแก้ไขความบกพร่องของฟันให้สวยงามขึ้น วีเนียร์ฟันคือหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจที่ช่วยให้คุณมีรอยยิ้มที่สมบูรณ์แบบได้

วีเนียร์ฟัน หรือที่บางคนเรียกว่า 'การแปะฟัน' คือแผ่นวัสดุบางเฉียบที่ถูกออกแบบมาเพื่อนำมาแปะทับบริเวณผิวด้านหน้าของฟัน 🦷 เพื่อปรับปรุงรูปร่าง ขนาด สี หรือแม้กระทั่งจัดเรียงฟันให้ดูเป็นระเบียบและสวยงามยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีการกรอเนื้อฟันออกไปมากนัก

วัตถุประสงค์หลักของการทำวีเนียร์คือการแก้ไขปัญหาความไม่สวยงามของฟัน เช่น:
• ฟันที่มีสีคล้ำ ไม่ขาวสว่างจากการเปลี่ยนสีของฟัน หรือฟันตาย
• ฟันที่มีรูปร่างผิดปกติ บิ่น แตก หรือไม่เท่ากัน
• ฟันที่มีช่องว่างเล็กน้อยระหว่างซี่
• ฟันที่มีการเรียงตัวไม่เป็นระเบียบเล็กน้อย

วัสดุที่นิยมใช้ทำวีเนียร์มีทั้งแบบพอร์ซเลน (Porcelain) ซึ่งมีความแข็งแรง ทนทาน มีความแวววาวและสีใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด กับแบบคอมโพสิต (Composite) ที่สามารถทำได้รวดเร็วและราคาเข้าถึงง่ายกว่า

กระบวนการทำวีเนียร์โดยทั่วไปจะเริ่มต้นจากการเตรียมผิวฟันเล็กน้อย จากนั้นจึงทำการสร้างวีเนียร์ตามแบบที่ออกแบบไว้เฉพาะบุคคล และยึดติดเข้ากับฟันด้วยกาวพิเศษ ทำให้วีเนียร์เป็นส่วนหนึ่งของฟันอย่างแนบเนียน

การดูแลรักษาวีเนียร์ก็ไม่ต่างจากการดูแลฟันธรรมชาติมากนัก คือการแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ ใช้ไหมขัดฟัน และตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำตามนัดทันตแพทย์ เพื่อให้วีเนียร์คงความสวยงามและใช้งานได้ยาวนาน ⏳

วีเนียร์ฟันจึงเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรอยยิ้มให้ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและรวดเร็ว แต่ก็ควรปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมและเลือกวิธีที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคลที่สุด

สอบถามเพิ่มเติม
📞 Call Center : 039 319 888 🚨 ฉุกเฉิน 1719
📌นัดหมายแพทย์เฉพาะทาง online คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/doctor-schedule
🛒 ช้อปออนไลน์คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/shop
กดเพื่อดูเพิ่มเติม
38
เมนูหลังถอนฟันคุด: กินถูกหลัก แผลหายไว ไม่เสี่ยงอักเสบ
หลังจากถอนฟันคุดมาสดๆ ร้อนๆ เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่า 'แล้วฉันจะกินอะไรได้บ้าง?' ไม่ต้องกังวล เพราะการเลือกอาหารที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและลดอาการปวดลงได้มากเลยทีเดียว 🦷🩹

หลักการง่ายๆ คือ เน้นอาหารอ่อน เย็น และไม่ระคายเคืองใน 2-3 วันแรก เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนแผลและลิ่มเลือดที่ก่อตัวขึ้น

อาหารที่แนะนำ:
• โจ๊กหรือข้าวต้มที่เหลวและอุ่นพอดี
• ซุปข้น หรือซุปใสที่เย็นลงแล้ว
• โยเกิร์ต หรือไอศกรีม (แบบไม่มีท็อปปิ้งแข็ง)
• น้ำผลไม้ปั่น (หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีกรดสูง เช่น สับปะรด)
• ไข่คน หรือเต้าหู้ที่นุ่ม
• ปลาเนื้อขาวนึ่ง หรือนึ่งที่บดละเอียด

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด:
• อาหารร้อนจัด เผ็ดจัด หรือมีรสจัด
• อาหารแข็ง กรอบ หรือเหนียว เช่น ถั่ว ขนมปังกรอบ สเต็ก
• เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
• การดูดน้ำจากหลอด เพราะอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดออกจากเบ้าฟัน
• อาหารชิ้นเล็กๆ ที่อาจไปติดแผลได้

หลังจากผ่านพ้นช่วง 2-3 วันแรกไปแล้ว หากอาการดีขึ้น ก็สามารถค่อยๆ ปรับเพิ่มอาหารที่มีเนื้อสัมผัสมากขึ้นได้ แต่ยังคงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และควรปรึกษาทันตแพทย์หากมีข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติ 🧐

การดูแลตัวเองหลังถอนฟันคุดด้วยการเลือกอาหารที่เหมาะสม เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คุณหายเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย อย่ามองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีของคุณเอง 💯

สอบถามเพิ่มเติม
📞 Call Center : 039 319 888 🚨 ฉุกเฉิน 1719
📌นัดหมายแพทย์เฉพาะทาง online คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/doctor-schedule
🛒 ช้อปออนไลน์คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/shop
กดเพื่อดูเพิ่มเติม
39
ไหล่ติดเรื้อรัง: ภัยเงียบที่คุกคามคนทำงานออฟฟิศ!
ภัยเงียบที่คุกคามพนักงานออฟฟิศหลายคน คือ 'ไหล่ติด' โดยไม่รู้ตัว ⚠️ อาการนี้ไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้าจากการทำงาน แต่เป็นภาวะทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจัง

อาการไหล่ติด หรือ adhesive capsulitis ไม่ใช่แค่ปวดเมื่อยทั่วไป แต่คือภาวะที่เนื้อเยื่อรอบข้อไหล่อักเสบและหนาตัวขึ้น ทำให้เกิดการจำกัดการเคลื่อนไหวของหัวไหล่ เมื่อเวลาผ่านไป ข้อไหล่จะยิ่งแข็งและทำให้การขยับยากขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยวิถีชีวิตชาวออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การใช้ท่าทางซ้ำๆ และการขาดการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม มักเป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหานี้ได้ง่าย 🧑‍💻

สัญญาณเตือนของอาการไหล่ติดที่พบบ่อย:
• ปวดไหล่ตื้อๆ หรือปวดจี๊ดๆ โดยเฉพาะเวลากลางคืน
• เคลื่อนไหวไหล่ได้ไม่สุด ไม่ว่าจะยกแขนหมุน หรือเหยียด
• รู้สึกตึง หรือแข็งเกร็งบริเวณข้อไหล่
• มีปัญหาในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น หวีผม สวมเสื้อ หรือเอื้อมหยิบของ

แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการ:
• ปรับท่านั่งทำงานให้ถูกต้อง: จอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตา แขนวางราบกับโต๊ะ หลังตรง
• ลุกขึ้นพักและยืดเหยียด: ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง พักสายตาและขยับร่างกาย ยืดกล้ามเนื้อไหล่และคอ
• ออกกำลังกายเบาๆ: เน้นการบริหารหัวไหล่และข้อต่อให้ยืดหยุ่นอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหว
• ประคบร้อน: ช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดอาการปวดในเบื้องต้น

การรักษาแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด ได้แก่ ►การทานยา ►การฉีดยา ►การทำกายภาพบำบัด2. การรักษาโดยการผ่าตัด เมื่อได้ทำการรักษาแบบไม่ผ่าตัดมาอย่างน้อย 6 – 12 เดือนแล้วยังมีภาวะไหล่ติดยึดอยู่ แล้วเป็นปัญหาในการทำกิจวัตรประจำวันจึงจะพิจารณาการรักษาโดยการผ่าตัด ปัจจุบันมีการรักษาแบบส่องกล้องข้อไหล่ ซึ่งได้ผลดีและมีการฟื้นตัวได้เร็ว
การดูแลตัวเองและสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ การไม่ละเลยอาการเพียงเล็กน้อย และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น จะช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพโดยปราศจากความเจ็บปวดที่ไหล่ 💪

สอบถามเพิ่มเติม
📞 Call Center : 039 319 888 🚨 ฉุกเฉิน 1719
📌นัดหมายแพทย์เฉพาะทาง online คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/doctor-schedule
🛒 ช้อปออนไลน์คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/shop
กดเพื่อดูเพิ่มเติม
40
ระวัง! สัญญาณ 'ข้อไหล่ติด' ในผู้สูงอายุที่คุณไม่ควรมองข้าม
เมื่อสังเกตว่าการใช้ชีวิตประจำวันของท่านผู้สูงอายุเริ่มติดขัด เช่น ยกแขนไม่สุด หรือมีอาการปวดไหล่เรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะข้อไหล่ติดหรือข้อยึด ซึ่งหากปล่อยไว้อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

ภาวะข้อไหล่ติด หรือ Frozen Shoulder มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากการอักเสบและการหนาตัวขึ้นของเยื่อหุ้มข้อไหล่ ทำให้ข้อไหล่เคลื่อนไหวได้จำกัดลงและมีอาการปวดเป็นหลัก การทำความเข้าใจสัญญาณเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อนำไปสู่การดูแลที่ถูกต้อง

สัญญาณเตือนสำคัญของข้อไหล่ติดในผู้สูงอายุที่ควรสังเกต:
• **อาการปวดไหล่ที่เพิ่มขึ้น:** เริ่มจากปวดเล็กน้อยแล้วค่อยๆ รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเวลากลางคืนหรือเมื่อมีการเคลื่อนไหวผิดท่า อาการปวดมักจะคงที่และไม่หายไปเอง
• **การเคลื่อนไหวไหล่ที่จำกัด:** สังเกตว่าผู้สูงอายุไม่สามารถยกแขนขึ้นสูง หรือหมุนแขนไปด้านหลังได้เหมือนเดิม กิจวัตรประจำวันง่ายๆ เช่น การหวีผม การติดกระดุมเสื้อด้านหลัง หรือการเอื้อมหยิบของจากที่สูงกลายเป็นเรื่องยากลำบาก
• **ข้อไหล่แข็งตึง:** รู้สึกตึงบริเวณหัวไหล่และรอบๆ ข้อ ทำให้ขยับแขนได้ไม่เต็มที่
• **ความเจ็บปวดขณะเอื้อมมือ:** มีอาการปวดหรือตึงเมื่อพยายามเอื้อมมือไปข้างหน้า ด้านข้าง หรือด้านหลัง
• **ความรู้สึกไม่สบายในระหว่างพักผ่อน:** แม้ในขณะที่ไม่ได้ใช้งานข้อไหล่ ก็ยังคงรู้สึกปวดหรือรู้สึกไม่สบาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการนอนหลับ

การตรวจพบสัญญาณเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การละเลยอาจทำให้ภาวะข้อไหล่ติดรุนแรงขึ้น และใช้เวลารักษานานขึ้น การปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อทันทีที่พบอาการ จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม นำไปสู่การฟื้นฟูสภาพให้กลับมาใช้งานได้ดีขึ้น และลดความเจ็บปวดในระยะยาวได้ 👨‍⚕️✨ การใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อให้พวกท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในบั้นปลาย

สอบถามเพิ่มเติม
📞 Call Center : 039 319 888 🚨 ฉุกเฉิน 1719
📌นัดหมายแพทย์เฉพาะทาง online คลิก https://doctor.bangkokhospitalchanthaburi.com/alldoctor.php
🛒 ช้อปออนไลน์คลิก https://bangkokhospitalchanthaburi.com/shop
กดเพื่อดูเพิ่มเติม
แสดง 31 - 40 จาก 103 รายการ
1 2 3 4 5 6 ... 11